วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต

    
    ความหมายของอินเทอร์เน็ต
     อินเทอร์เน็ต (Internet) มาจากคำว่า Inter Connection Network เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกๆ เครื่องทั่วโลก สามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้ ภายในระบบอินเทอร์เน็ตจะมีเว็บไซต์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก


      ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ต


1.
ด้านการศึกษา อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งความรู้แหล่งใหญ่ ซึ่งเราสามารถค้นคว้าหาข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลความรู้ทั่วไปได้
2.
ด้านธุรกิจและการพาณิชย์ อินเทอร์เน็ตช่วยประชาสัมพันธ์หน่วยงาน เป็นที่แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับลูกค้า และยังเป็นตลาดซื้อขายแห่งใหม่ที่ทำให้การซื้อขายสะดวกมากยิ่งขึ้น
3.
ด้านบันเทิง อินเทอร์เน็ตเป็นที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความบันเทิงต่างๆ เช่น เพลง ภาพยนตร์ ดารา กิจกรรมสันทนาการ สถานที่ท่องเที่ยว ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มาจากทั่วโลก
4.
ด้านการติดต่อสื่อสาร อินเทอร์เน็ตช่วยให้การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องง่าย สะดวก รวดเร็วยิ่งขึ้นด้วยการส่งอีเมล์ การสื่อสารด้วยโปรแกรม Install Messenger การโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต ซึ่งนอกจากสะดวกแล้วยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอีกด้วย

      การเชื่อมต่อทางอินเทอร์เน็ต
       การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตสามารถทำได้หลายวิธี แต่จะยกตัวอย่างเฉพาะวิธีที่พบเห็นในการเชื่อมอินเทอร์เน็ตตามที่พักอาศัย 

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบหมุนเบอร์โทรศัพท์ (Dial - up) นั้น จะต้องมีอุปกรณ์ที่จำเป็นพื้นฐานดังนี้

1.คอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถนำมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
2.โมเด็ม
3.ชั่วโมงอินเทอร์เน็ต
4.สายโทรศัพท์และขณะต่ออินเทอร์เน็ตจะไม่สามารถใช้งานเบอร์โทรศัพท์ได้ 1 เบอร์
ถ้าเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยวิธีนี้ ผู้ใช้งานจะต้องปฏิบัติตามคำอธิบายของชั่วโมงอินเทอร์เน็ตที่ซื้อมา

หากเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จะต้องมีอุปกรณ์ที่จำเป็นพื้นฐานดังนี้

1.คอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถนำมาเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
2.โมเด็ม
3.อุปกรณ์เสริมของอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
4.สายโทรศัพท์ แต่ขณะต่ออินเทอร์เน็ตก็ยังสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้
การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยวิธีนี้ ส่วนใหญ่จะทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ด้วยกันตลอดเวลาอยู่แล้ว เพียงแค่เปิดคอมพิวเตอร์ ก็สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ทันที

      แต่ในปัจจุบัน หลายหน่วยงาน เช่น บริษัท หรือ โรงเรียน ได้มีการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตให้บุคลากรสามารถใช้งานได้ตลอดเวลา เพื่อให้สะดวกในการทำงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง



    การเรียกดูเว็ปไซต์


การเรียกดูเว็บไซต์สามารถทำได้ดังนี้
1.เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต
2.ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอนโปรแกรม Internet Explorer
3.ปรากฏหน้าต่างโปรแกรม ดังนี้
4.เมื่อใส่ชื่อเว็บไซต์ในช่อง address แล้ว กด Enter หรือกดปุ่ม Go (หลังช่อง Address) โปรแกรมก็จะทำการเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ที่ต้องการ
หมายเหตุ ชื่อเว็บไซต์ หรือชื่อเรียกเว็บไซต์ ภาษาอังกฤษเรียกว่า URL (Uniform Resource Locator) เป็นชื่อที่กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้อ้างอิงการเรียกข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีลักษณะเป็นภาษาอังกฤษเรียงกันเป็นช่วงๆ 3 – 5 ช่วง แต่ละช่วงคั่นด้วยเครื่องหมายจุดทศนิยม (Dot)

บริการฟรีอีเมล์

     บริการฟรีอีเมล์เป็นบริการหนึ่งที่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นประจำน่าจะมีไว้อย่างน้อยๆ 1 อีเมล์ เพื่อใช้ในการติดต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับบุคคลอื่น
     อีเมล์ (E Mail หรือ Electronics Mail) เป็นการรับส่งจดหมายผ่านระบบคอมพิวเตอร์เครือข่ายที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต การส่งอีเมล์สามารถทำการแนบไฟล์เอกสารของคอมพิวเตอร์ หรือรูปภาพต่างๆ ไปกับอีเมล์ได้ด้วย จึงทำให้เพิ่มความสะดวกสบายในการส่งข้อมูลมากยิ่งขึ้น
ข้อมูลที่ควรทราบเกี่ยวกับอีเมล์
- โครงสร้างและรูปแบบของชื่ออีเมล์ในเบื้องต้น
      สมมติว่าใครคนหนึ่ง บอกอีเมล์ของเขามาว่า somchai@hotmail.com (อ่านออกเสียงว่า สมชาย-แอต-ฮอทเมล์ ดอทคอม) เครื่องหมาย @ จะออกเสียงว่า "แอต" ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ใช้คั่นอยู่ระหว่าง ชื่อและ server ของอีเมล์นั้นๆ เสมอ ชื่อของ server ที่ลงท้ายนี้ อาจจะเปลี่ยนไปได้ตามชื่อของ server ที่เปิดให้บริการอีเมล์นั้น ซึ่งในตัวอย่างนี้ มีผู้ให้บริการ คือ hotmail.com
- ประเภทต่างๆ ของอีเมล์ ที่มีเปิดให้บริการฟรี 
      เว็บไซต์ที่ให้บริการ ฟรีอีเมล์ มีอยู่มากมาย แต่ถ้าหากจะแยกประเภทของการใช้งาน สามารถแยกออกได้เป็น 2 แบบดังนี้
1. Web Base Mail เช่น อีเมล์ของ hotmail.com ซึ่งหากต้องการใช้งานอีเมล์เหล่านี้ จะต้องใช้งานโดยผ่านทางหน้า
เว็บเพจเท่านั้น 
2. POP Mail เช่น yahoo.com จะมีบริการการอ่านอีเมล์แบบ POP Mail ได้ด้วย ซึ่งโดยส่วนมากก็มักจะใช้งานในลักษณะของ เว็บเมล์ได้ด้วย หากเราเลือกใช้งานอีเมล์ที่มีบริการ POP Mail ก็จะทำให้สามารถตั้งโปรแกรมสำหรับ รับ-ส่งอีเมล์ทั่วๆ ไป เช่น Outlook ให้ทำการอ่านอีเมล์แบบนี้ได้ และจะเป็นการสะดวกมากกว่าการใช้งานแบบ Web Base Mail แต่ก็ต้องทำการตั้งค่าต่างๆ ของโปรแกรมที่ใช้รับ-ส่งอีเมล์ก่อน จึงจะใช้งานได้ วิธีนี้เสี่ยงต่อการติดไวรัสคอมพิวเตอร์มาก
- คำศัพท์ต่างๆ ที่ใช้ในระบบการ รับ-ส่ง อีเมล์ 
      คำศัพท์แบบมาตรฐานทั่วๆ ไป ที่มักจะนิยมใช้ในการใช้งาน อีเมล์ มีดังนี้

  • Inbox หมายถึง กล่องหรือที่สำหรับเก็บอีเมล์ ที่มีผู้ส่งเข้ามา
  • Outbox หมายถึง กล่องหรือที่เก็บอีเมล์ ที่กำลังจะส่งออกไปหาผู้อื่น
  • Sent Items หมายถึง กล่องหรือที่เก็บอีเมล์ ที่เราได้เคยส่งออกไปหาผู้อื่นแล้ว
  • Delete Items หมายถึง กล่องหรือที่เก็บอีเมล์ ที่ได้ทำการลบทิ้งจาก Inbox แต่ยังเก็บสำรองไว้อยู่
  • Drafts หมายถึง กล่องหรือที่เก็บอีเมล์ สำหรับใช้เก็บอีเมล์ต่างๆ ชั่วคราว ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้
  • Compose หรือ New Mail จะเป็นการส่งอีเมล์ใหม่ ไปหาผู้อื่น
  • Forward จะเป็นการส่งต่ออีเมล์ ที่ได้รับมานั้นไปหาผู้อื่น
  • Reply จะเป็นการตอบอีเมล์ ที่มีผู้ส่งมาถึงเรา
  • Reply All จะเป็นการตอบอีเมล์ ที่มีผู้ส่งมาถึงเรา และส่งกลับไปให้ทุกคนที่มีชื่ออยู่ในอีเมล์ฉบับนั้น
  • Subject หมายถึงหัวข้อของอีเมล์ที่เราจะเขียนหรือส่งออกไป
  • To หมายถึง ชื่อ หรือ อีเมล์ ของผู้ที่เราต้องการส่งอีเมล์ไปหา
  • CC หมายถึง การส่ง copy อีเมล์นั้นๆ ไปให้ผู้อื่นที่ต้องการด้วย
  • BCC หมายถึง การส่ง copy อีเมล์นั้นๆ ไปให้ผู้อื่นที่ต้องการ และไม่ให้ผู้รับคนอื่นมองเห็นว่า มีการส่งไปให้ในช่อง BCC ด้วย 
  • Attach หมายถึง การแนบไฟล์เอกสาร หรือโปรแกรมต่างๆ ไปกับอีเมล์ฉบับนั้น
  • Address Book หมายถึง สมุดรายชื่อของอีเมล์ต่างๆ ที่เราสามารถเก็บไว้ เพื่อให้นำมาใช้งานได้ง่ายขึ้น

วิวัฒนาการการสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ต 

ในปัจจุปันการใช้อินเทอร์เน็ตมีบทบาทกับชีวิตประจำวั นมากขึ้น และใช้งานกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจำเป็นที่จะต้องติดต่อสื่อสาร อินเตอร์เน็ตจึงได้รับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อ รองรับการสื่อสารรูปแบบต่างๆ เช่น การใช้จดหมายอินเล็กทรอนิกส์ การติดต่อด้วยเสียง ระบบ VDO Conference การใช้โทรศัพท์บนเครือข่าย ซึ่งก็มีวิวัฒนาการตามลำดับเบื้องต้นดังนี้

E-mail
หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิคส์เป็นบริการอย่างหนึ่งที่นิยมใช้ กันอย่างแพร่หลายมาก จนทำให้บางคนคิดว่า E-mail คือ อินเตอร์เน็ต และอินเตอร์เน็ตคือ E-mail วิธีใช้งานอีเมลล์ก็ง่ายและมีประโยชน์มาก การทำงานของ E-mail มีลักษณะคล้ายกับระบบไปรษณีย์ปกติ (หมายถึงระบบที่ใช้กระดาษในการเขียนจดหมาย) กล่าวคือในระบบไปรษณีย์ปกติมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่ใน การรับส่งจดหมายคือเป็นบรุษไปรษณีย์ (ในกรณีของประเทศไทยคือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย) ถ้าเป็นในอินเตอร์เน็ตสิ่งที่ทำหน้าที่คอยรับส่งจดหม ายคือบรรดาคอมพิวเตอร์ทั้งหลายที่ทำหน้าที่เป็น E-mail Server (คอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่ให้บริการด้านจดหมายอิเล็กท รอนิคส์) 

Chat 
คือ การส่งข้อความสั้นๆ ระหว่างบุคคลที่อยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ในเวลาเดี ยวกัน และสามารถเขียน

โต้ตอบกันไปมาคล้ายกับการคุยกัน ซึ่งก็ได้มีการพัฒนโปรแกรมสำหรับหาร Chat ออกมามากมายที่เป็นที่นิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายก็ค ือ MSN Messenger

และสิ่งหนึ่งที่มีการพัฒนาต่อมา คือระบบการสื่อสารด้วยเสียงผ่านเครือข่าย IP ที่เรียกว่า เทคโนโลยี Voice over IP หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า “VoIP” จนสามารถใช้งานได้ดีขึ้น เพื่อให้ได้รับประโยชน์และมีความสะดวกมากที่สุด VoIP ถูกเริ่มต้นใช้งานกันอย่างกว้างขวาง เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสามารถสนทนา ระหว่างกัน ได้ รวมถึงการสนทนากับโทรศัพท์พื้นฐานอีกด้วยโดยไม่เสียค ่าบริการแต่อย่างได และคุณภาพของบริการก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆจนเทียบเท ่าระบบ โทรศัพท์พื้นฐาน

ซึ่ง VoIP สามารถแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะคือ
1. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปยัง คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ( PC to PC )
PC มีการติดตั้ง sound card และไมโครโฟน ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครือข่าย IP การประยุกต์ใช้ PC และ IP-enabled telephones สามารถสื่อสารกันได้แบบจุดต่อจุด หรือ แบบจุดต่อหลายจุด โดยอาศัย software ทางด้าน IP telephony


2. คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ไปยัง โทรศัพท์พื้นฐาน ( PC to Phone )
เป็นการเชื่อมเครือข่ายโทรศัพท์เข้ากับ เครือข่าย IP ทำให้โดยอาศัย Voice trunks ที่สนับสนุน voice packet ทำให้สามารถใช้ PC ติดต่อกับ โทรศัพท์ระบบปกติได้

3. โทรศัพท์กับโทรศัพท์ ( Telephony )
เป็นการใช้โทรศัพท์ธรรมดา ติดต่อกับโทรศัพท์ธรรมดา แต่ในกรณีนี้จริงๆแล้วประกอบด้วยขั้นตอนการส่งเสียงบ นเครือข่าย Packet ประเภทต่างๆซึ่งทั้งหมดติดต่อกันระหว่างชุมสายโทรศัพ ท์ (PSTN) การติดต่อกับ PSTN หรือ การใช้โทรศัพท์ร่วมกับเครือข่ายข้อมูลจำเป็นต้องใช้ gateway
  


รูปแบบของการสื่อสารบนอินเตอร์เน็ตสามารถกระทำได้หลากหลาย เช่น

1.  จดหมายอิเลคทรอนิกส์
    (Electronic Mail)

จดหมายอิเลคทรอนิกส์หรือที่เรียกกันว่า E-mail เป็นการสื่อสารที่นิยมใช้กันมาก เนื่องจากผู้ใช้สามารถติดต่อสื่อสารกับบุคคลที่ต้องการได้รวดเร็ว ภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่ว่าจะอยู่ในที่ทำงานเดียวกันหรืออยู่ห่างกันคนละมุมโลกก็ตาม นอกจากนี้ยังสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายน้อยมาก

2.  การสืบค้นข้อมูลแบบเครือข่ายใยแมงมุม
     (Wold  Wide  Web : WWW)

เป็นการสื่อสารที่เติบโตเร็วที่สุดในอินเตอร์เน็ต ด้วยเหตุผลที่สำคัญคือง่ายต่อการใช้งานและสามารถนำเสนอข้อมูลกราฟฟิคได้ การใช้ World Wide Web เปรียบเสมือนการเข้าไปอ่านหนังสือในห้องสมุด โดยหนังสือที่มีให้อ่านจะสมบูรณ์มากกว่าหนังสือทั่วไป เพราะสามารถฟังเสียงและดูภาพเคลื่อนไหวประกอบได้ นอกจากนี้ยังสามารถโต้ตอบกับผู้อ่านได้ด้วย ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งคือข้อมูลต่าง ๆ จะมีการเชื่อมโยงถึงกันได้ด้วยคุณสมบัติของ HyperText Link

3.  การโอนย้ายข้อมูล
     (File Transfer Protocol : FTP)


การโอนย้ายข้อมูล หรือที่นิยมเรียกกันว่า FTP เป็นการสื่อสารอีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้กันมากพอสมควรในอินเตอร์เน็ต โดยอาจใช้เพื่อการถ่ายโอนข้อมูลรวมถึงโปรแกรมต่าง ๆ ทั้งที่เป็น freeware shareware จากแหล่งข้อมูลทั้งหลายมายังเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้งานอยู่ ปัจจุบันมีหน่วยงานหลายแห่งที่กำหนดให้ Server ของตนทำหน้าที่เป็น FTP site เก็บรวบรวมข้อมูลและโปรแกรมต่าง ๆ สำหรับให้บริการ FTP ที่นิยมใช้กันมากได้แก่ WS_FTP, CuteFTP  
4.  การแลกเปลี่ยนข่าวสาร
    (USENET)



การสื่อสารประเภทนี้มาที่มาจากกระดานประกาศข่าว หรือ Bulletin Board กล่าวคือ ผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน จะรวมกลุ่มกันตั้งเป็นกลุ่มข่าวของแต่ละประเภท เมื่อมีข้อมูลใหม่ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิกผู้อื่น หรือมีปัญหาหรือคำถามที่ต้องการความช่วยเหลือหรือคำตอบ ผู้นั้นก็จะส่งข้อมูลของตนเข้าไปติดประกาศไว้ในอินเตอร์เน็ต โดยเครื่องที่ทำหน้าที่ติดประกาศ คือ News Server เมื่อสมาชิกอื่นอ่านพบ ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีบางอย่างไม่ถูกต้อง หรือมีคำตอบที่จะช่วยแก้ปัญหาให้ได้ สมาชิกเหล่านั้นก็จะส่งข้อมูลตอบกลับไปติดประกาศไว้เช่นกัน
5.  การเข้าใช้เครื่องระยะไกล
     (Telnet)


Telnet เป็นการขอเข้าไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตจากระยะไกล โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องไปนั่งอยู่หน้าเครื่อง เครื่องคอมพิวเตอร์ดังกล่าวนี้อาจอยู่ภายในสถานที่เดียวกับผู้ใช้ หรืออยู่ห่างกันคนละทวีปก็ได้ แต่ทั้งนี้ผู้ใช้ต้องมี account และรหัสผ่านจึงจะสามารถเข้าใช้เครื่องดังกล่าวได้ ส่วนคำสั่งในการทำงานนั้นขึ้นอยู่กับระบบปฏิบัติการของเครื่องที่เข้าไปขอใช้
6.  การสนทนาผ่านเครือข่าย
    (Talk หรือ Chat)




เป็นการติดต่อสื่อสารแบบ 2 ทาง คือสามารถสื่อสารโต้ตอบกันได้ทันทีเหมือนการใช้โทรศัพท์ ในการสนทนาผ่านเครือข่ายนี้สามารถทำได้ทั้งแบบ Text-based และ Voice-based โดยในระยะแรกจะจำกัดเฉพาะ Text-based คือใช้วิธีการพิมพ์เป็นข้อความในการสื่อสารโต้ตอบระหว่างกัน โปรแกรมที่นิยมใช้คือ Talk และ IRC (Internet Relay Chat) ต่อมาเมื่อมีการพัฒนามากขึ้นทั้งด้าน Hardware และ Software ทำให้ปัจจุบันเราสามารถสทาอสารกันทาง Voice-based ได้ด้วย โปรแกรมที่ใช้ในการสื่อสารประเภทนี้ เช่น NetMeeting ของไมโครซอฟต์ หรือ Inter Phone ขง Vocaltec ฯลฯ
  




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น